อาการปวดท้องประจำเดือน

อาการ ปวดท้องเมน หรือปวดท้องประจำเดือน การเกิดอาการปวดประจำเดือนเกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนเพศหญิงระหว่างรอบเดือน บางครั้งเกิดจากการขาดฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน หรือขาดกรดไขมันจำเป็น เช่น กรดแกมาลิโนเลนิก ขาดวิตามินบี 5 ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมรอบประจำเดือน บางคนอาจจะมีอาการปวดเพียงเล็กน้อย พอให้รู้สึกรำคาญ แต่บางคนก็อาจจะมีอาการปวดอย่างรุนแรง ซึ่งสร้างความเจ็บปวดให้กับผู้หญิงได้มาก แต่รู้ไหมว่าอาการปวดท้องประจำเดือนนั้น ไม่ได้ธรรมดาอย่างที่คิด เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงโรคร้ายที่กำลังแอบแฝงอยู่ก็ได้ เพราะฉะนั้นเรามาทำความเข้าใจกับอาการปวดท้องประจำเดือนกันก่อนดีกว่า

 

สาเหตุของอาการปวดท้องประจำเดือน

อาการปวดท้องประจำเดือน เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ซึ่งก็มีทั้งสาเหตุที่ไม่เป็นอันตรายและสาเหตุที่เป็นอันตราย ดังนั้น เมื่อมีอาการปวดท้องในวันที่ประจำเดือนมาจึงไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะนั่นอาจเป็นเพราะสาเหตุของปัญหาสุขภาพดังต่อไปนี้

1. มดลูกหดตัวแรงกว่าปกติ

โดยปกติแล้ว ในขณะมีประจำเดือน ผนังมดลูกจะสร้างสารชนิดหนึ่งขึ้นมาชื่อว่า พรอสตาแกลนดิน ซึ่งสารตัวนี้จะทำให้มดลูกมีการหดตัว ก่อให้เกิดอาการปวดท้องเบาๆ แต่ถ้าหากสารพรอสตาแกลนดินมีปริมาณมากกว่าปกติ ก็จะก่อให้เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรง และในบางรายก็อาจจะมีไข้ ที่เรียกกันว่าไข้ทับระดู แต่ทั้งนี้อาการปวดท้องประจำเดือนจากกรณีนี้ จะไม่เป็นอันตรายมากนัก เพียงแต่หากมีไข้สูงก็ควรทานยาลดไข้และดูแลตนเองให้มากขึ้นเท่านั้น

2. มีโรคร้ายแอบแฝง

อาการปวดท้องประจำเดือน บางครั้งก็ไม่ใช่อาการปวดแบบธรรมดา แต่อาจเป็นอาการข้างเคียงจากภาวะแอบแฝง จำพวกโรคร้ายแรงต่างๆ เช่น ช็อกโกแลตชีส มะเร็งรังไข่ หรือการติดเชื้อต่างๆ ในช่องคลอด ซึ่งภาวะเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรงมาก และอาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ตกขาวมีกลิ่นเหม็น เลือดประจำเดือนมีสีแปลกไปจากปกติ และมีอาการคัน เป็นต้น โดยหากมีอาการแบบนี้ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพื่อการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันเวลา

วิธีบรรเทาปวดประจำเดือนอย่างได้ผล

เมื่อมีอาการปวดท้องประจำเดือน ไม่ว่าจะปวดมากหรือปวดน้อย ก็มักจะสร้างความเจ็บปวดทรมานให้กับผู้หญิงเป็นอย่างมาก แต่ครั้นจะรอให้อาการปวดหายไปพร้อมกับวันหมดประจำเดือนก็คงจะไม่ค่อยโอเคสักเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นเรามาบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน ด้วยเคล็ดลับเหล่านี้กันดีกว่า

1. ประคบด้วยกระเป๋าน้ำร้อน

ความร้อนมีคุณสมบัติในการทำให้กล้ามเนื้อที่ตึงผ่อนคลายลง ซึ่งก็จะส่งผลให้อาการปวดบรรเทาลงอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นแนะนำให้นำกระเป๋าน้ำร้อนมาประคบที่หน้าท้องเมื่อมีอาการปวด ประคบไปเรื่อยๆ จะทำให้อาการปวดค่อยๆ ทุเลาลง อาจไม่หายสนิทแต่ก็ดีขึ้นไม่น้อย ซึ่งในปัจจุบันนั้นการใช้กระเป๋าน้ำร้อนไม่ได้ยุ่งยากเหมือนในสมัยก่อนอีกต่อไป เพราะมีกระเป๋าน้ำร้อนไฟฟ้า แค่เพียงเสียบปลั๊กชาร์จไม่ถึง 5 นาทีก็สามารถนำมาใช้ได้เลย แถมยังหาซื้อได้ง่ายทั่วๆ ไป

2. ออกกำลังกายเบาๆ

ในช่วงมีประจำเดือน หลายคนอาจเข้าใจว่าไม่ควรออกกำลังกาย แต่ความจริงแล้วการออกกำลังกายก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยอาจเลือกการออกกำลังกายแบบเบาๆ เช่น เดิน เล่นโยคะ เป็นต้น ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้เท่านั้น แต่ยังทำให้สุขภาพดี แข็งแรงตลอดรอบเดือน แต่แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหรือกิจกรรมหนักๆ เพราะช่วงมีประจำเดือน ผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีอาการอ่อนเพลีย จึงเสี่ยงต่อการเป็นลมได้

3. ดื่มน้ำอุ่นมากๆ

การดื่มน้ำมากๆ ในขณะมีประจำเดือน จะช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้อย่างดีเยี่ยม และเป็นวิธีที่เบสิคที่สุด เพราะเมื่อร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอ จะส่งผลให้ตับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถควบคุมปริมาณของฮอร์โมนเอสโตรเจนให้อยู่ในระดับที่ปกติได้ จึงทำให้อาการปวดท้องทุเลาลง แต่จะต้องดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องปกติเท่านั้น เพราะหากดื่มน้ำเย็นอาจส่งผลให้เลือดจับตัวกันเป็นลิ่มก้อนและขับออกมายาก ทั้งยังทำให้อาการปวดรุนแรงหนักขึ้นก็เป็นได้

4. รับประทานยาแก้ปวด

สำหรับวิธีนี้ ไม่ค่อยแนะนำให้ใช้มากนัก เพราะการรับประทานยาแก้ปวดอาจส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายในด้านอื่นๆ ได้ ดังนั้นหากคิดจะทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน ควรเลือกทานมื่อมีอาการปวดอย่างรุนแรงจริงๆเท่านั้น แต่ถ้าให้ดีควรปรึกษาแพทย์ก่อนทานจะดีที่สุด

5. นอนตะแคง

การนอนตะแคงจะสามารถบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ ส่วนจะตะแคงไปข้างไหนดีนั้นก็ขึ้นอยู่กับระดับมดลูกของแต่ละคนด้วย ดังนั้นหากมีอาการปวดท้องประจำเดือนแนะนำให้ลองนอนตะแคงไปด้านใดด้านหนึ่งดู เพื่อทดสอบว่านอนตะแคงด้านไหนแล้วทำให้อาการปวดท้องบรรเทาลง

6. รับประทานสมุนไพรเห็ดหลินจือ

เห็ดหลินจือสามารถกระตุ้นให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนเพิ่มขึ้นจึงช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนให้หายไปได้ เห็ดหลินจือจะปรับระบบไหลเวียนของโลหิตให้เข้าสู่ภาวะปกติและที่สำคัญในเห็ดหลินจือนั้นยังมีกรดแกมมาลิโนเลนิก ที่ช่วยในการบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้เป็นอย่างดี

Facebook Comments